Featured

10 สถานที่ท่องเที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
หนึ่งของอาณาจักรจำปา
ด้วยสถาปัตยกรรมโบราณ, วัฒนธรรมแบบราวกับเดิม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ถักทอ ทำให้เมืองฮอยอันกลายเป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมลำดับต้นๆเลยหละนะครับ ที่สำคัญเมืองที่นี้มีขนาดเล็ก ทำให้นักเดินทางสามารถเดินดูได้ทั่วทั้งเมืองโดยไม่ต้องอ่อนล้าอย่างมาก ฟุตบาทเล็กๆลมพัดเย็น ของเมืองดั้งเดิมที่นี้ ถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างโบราณ ราวกับเดิม
1) อ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay) – ท่องเที่ยวเวียดนาม
ฮาทดลองเบย์เป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมชั้น 1 เลยก็ว่าได้ ด้วยน้ำสีเขียวมรกต บวกกับหินขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำทะเลเหมือนกับมังกร ทำให้ทิวทัศน์ทัศนียภาพตรงนี้สวยสดงดงามอย่างกับอยู่ในโลกแฟนตาซีอย่างยิ่งจริงๆ . . . ที่ Halong Bay ที่นี้ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก 130 กม.จากกรุงฮานอย เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยๆที่มีป่าดงปกคลุมกว่า 2,000 เกาะ ซึ่งเกาะพวกนี้เต็มไปด้วย ถ้ำ แม่น้ำ สายธาร บางเกาะนั้นถูกกัดกร่อนจากอีกทั้งน้ำรวมทั้งลมทะเลมาเป็นพันๆปี จนถึงเปลี่ยนมาเป็นเกาะทรงแปลกมองสวย
2) เมืองฮานอย (Hanoi)
ในศตวรรตก่อนหน้าที่ผ่านมา กรุงฮานอยเปลี่ยนเป็นเมืองหลวงของเวียดนามที่มีความรุ่งโรจน์ขึ้นอย่างยิ่ง ภายหลังจากการทำศึกเวียดนามจบลง . . . ในใจกึ่งกลางของเมืองมีสถานที่เที่ยวมากทั้งยังพิพิธภัณฑสถานทางด้านวัฒนธรรมของทวีปเอเชียแบบ outdoor รวมทั้งสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสที่ยังอยู่ในภาวะบริบูรณ์แม้ว่าจะผ่านการศึกเวียดมารวมทั้งตาม นักเดินทางยังจะได้ช้อปปิ้งดูผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ผู้คนคึกคกตลอดระยะเวลา , นั่งจิบกาแฟในร้านค้าสไตล์โบราณ แล้วก็ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญอย่าง มหาโรงแสดงละครโอเปร่า, บ้านประธานาธิปดี รวมทั้งมหาวิหารเซ็นท์ โจเซฟ
3) เมืองฮอยอัน (Hoi An)
เมืองฮอยอันตั้งอยู่ตรงกลางตอนใต้ของประเทศเวียดนามแล้วก็มีเขตแดนชิดกับสมุทรจีนใต้ ซึ่งฮอยอันนั้นเป็นเมื่องโบราณที่ยังมีความงาม เช่นเดียวกันกับเมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา ยุคที่ยังเป็นส่วน
4) เมืองเว้ (Hue)
ตั้งอยู่ที่ Bank ของแม่น้ำน้ำหอมในศูนย์กลางของประเทศเวียดนาม เมืองเว้นั่นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร Nguyen มาก่อน . . . ในขณะนี้หากว่า เว้ จะไม่เป็นเมืองหลวงก็ตาม แต่ว่าสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างแล้วก็ร่องรอยทางด้านวัฒนธรรมยังคงสะท้อนถึงความโหฬารในอดีตกาลของเมืองนี้
5) เมืองซาขว้าง (Sapa)
เมืองซาขว้างรายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูง, ทุ่งนาข้าว, แล้วก็ความธรรมชาติ อยู่ทางทิศตะวันออกเชียงเหนือของประเทศเวียดนาม . . . ซาปานั้นเป็นเมืองที่สงบเงียบ บ่อยมากถูกใช้ให้เป็นฐานของกิจกรรมเดินป่าในเทือกเขา Hoang Lien Son , การดูนาข้าว แล้วก็ เมืองดั้งเดิมทางด้านวัฒนธรรม
6) เมืองญาจาง (Nha Trang) – สถานที่เที่ยวเวียดนาม
เมืองญาจางตั้งอยู่ในจุดที่มีอ่าวที่งามที่สุดของทวีปเอเชีย เรียบชายทะเลของเวียดนามตอนใต้ ซึ่งญาจางนั้นได้รับความนิยมมากมายของนักเดินทางทำให้มี รีสอร์ทหาดทรายขึ้นเรียงรายกันตามริมหาด เว้นเสียแต่หาดจะสวยสดงดงามแล้ว ยังมีเกาะ, เทือกเขา และก็ริมฝั่งหลายแห่งที่งามมากมายอีกด้วย จนถึงทำให้ตรงนี้แปลงเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญมากของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้ นอกเหนือจากนั้นตรงนี้ยังมีสวนสนุกรวมทั้งสวนน้ำให้บริการนักท่องเที่
7) ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta)
ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง มีชีวิตชีวาของผลหมากรากไม้ ผลิตภัณฑ์สดและไม่สด และก็บรรยากาศของประเทศแบบอดีตกาล ซึ่งลำดับที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโข่งที่นี้เป็นศูนย์กลางทางการเกษตรที่สำคัญที่สุดของเวียดนามเลย เนื่องจากว่าการกสิกรรมตรงนี้ปลูกพืชได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งกว่าที่อื่นๆมากมาย
8) เมืองโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City)
เมืองโฮจิมินห์ตั้งอยู่เรียบไปกับแม่น้ำแม่โขงทางตอนใต้ของเวียดนาม เมืองที่นี้นั้นรู้จักกันอย่างดีเยี่ยมในชื่อ ไซ้ง่อน (Saigon) แล้วก็ถูกใช้เป็นเมืองหลวงของดินแดนทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในตอนการทำศึกเวียดนาม ซึ่งเมืองโฮจิมินห์ที่นี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนามแล้วก็ยังรุ่งเรืองเป็นชั้น 1 ของประเทศเท่าๆกับเมืองหลวงฮานอยอย่างยิ่งจริงๆ
9) วังหมีเซิน (My Son)
พระราชวังที่นี้อยู่ทางตอนใต้ของเขตสมุทรของประเทศเวียดนามใกล้กับหมู่บ้าน Duy Phu ซึ่งสำคัญมากทางโบราณคดีวิทยา หมู่บ้านนี้รู้จักกันในชื่อ My Son (ไม่ใช่มายซัน ลูกชายนะ / อ่านว่าหมีเซิน) ซึ่งสถานที่ที่นี้เป็นสถานที่ที่สำคัญมากทางโบราณคดีวิทยาที่เด่นเป็นลำดับแรกๆของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้
10) เมืองดุด่าลัด (Dalat)
เมืองแก้วมีลักษณะอากาศที่เย็นมีชีวิตชีวาแทบจะตลอดทั้งปี แถมด้วยภาวะตำแหน่งที่ตั้งที่สวย ต้นไม้ดอกไม้นานาสีสัน ซึ่งนั่นเองก็เป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใด แก้วเคยถูกใช้โดยจักรพัตราธิราชที่เวียดนามรวมทั้งชาวประเทศฝรั่งเศส
สำหรับใช้เป็นที่พักร้อนพักผ่อน
Featured

10 สิ่งที่จำต้องทราบและก็ควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในประเทศพม่า

ทัวร์พม่า
1. จัดเวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์สำหรับในการท่องเที่ยวท่องเที่ยวดู
การเที่ยวประเทศพม่าจึงควรใช้เวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สบายนักและก็ทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนรีบเกินความจำเป็นรวมทั้งยังท่องเที่ยวได้ไม่ทั่ว ถ้าเกิดคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้คิดแผนทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่สำหรับท่องเที่ยวหลัก 4 ที่ โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักที่รวมทั้งบินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปแล้วก็รับประทานให้กระจัดกระจายในปิ้งกุ้ง
ปิ้งกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากสมัยอาณานิคมกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเชื้อเชิญให้คิดถึงอดีตกาลที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในเวลาที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองคำสวยงามเป็นเครื่องหมายของศาสนาพุทธอันเจริญ ตรงนี้ชุมชนคนจีน เนปาล รวมทั้งประเทศอินเดียตั้งอยู่ข้างเคียงชุมชนชาวประเทศพม่า ที่พักราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่ประเทศพม่า
ประเทศพม่า ดินแดนลึกลับเหนือเวลานี้เป็นที่ตั้งของสงฆ์กว่า 2,000 แห่งที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวย ไปจนกระทั่งวัดเล็กๆที่สร้างละเอียดลออบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเสมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ตรงนี้ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (โดยประมาณ 600 บาทต่อวัน) แม้กระนั้นการขี่จักรยาน (โดยประมาณ 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ยอดเยี่ยมในการท่องเที่ยวแบบเต็มวันแล้วก็กระทำตนกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพม่า ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
4. ศึกษาและทำการค้นพบความสงบเงียบแล้วก็จารีตประเพณีเริ่มแรกที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นชั้นสองของเมียนมาร์) เป็นเช่นกระจกส่องสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือและก็ลำคลองที่ใช้คนขุด ตรงนี้ยังคงรักษาจารีตดั้งเดิม (และก็คนหาปลาที่พายเรือด้วยเท้าฝ่ายเดียว) บรรยากาศสงบเงียบ รวมทั้งกิจการค้าแบบเริ่มแรก ทั้งยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ แล้วก็สวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล แม้ต้องการดูทะเลสาบแบบเงียบสงบไม่ต้องฝ่าผู้คนพวกเราขอเสนอแนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มรสของอร่อย และก็หัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันสวยงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันมากมายให้ทำกระทั่งล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการดูทิวทัศน์เมืองจากยอดดอยมัณฑะเลย์ ภายหลังที่ระหกระเหินทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ รวมทั้งหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มรสของกินใหม่ๆจากร้านค้าเคลื่อนที่สองข้างทางซึ่งมีเยอะแยะมากซะจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั้งเมือง แล้วก็หัวเราะให้ลั่นกับญาติหนวดนักเล่นตลกการบ้านการเมืองที่จัดแจงแสดงขบขันทุกวี่วันในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ ราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน และก็นั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
หากการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังตื่นเต้นไม่พอ ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกน้ำเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศพม่า รถไฟสายที่จะทำให้ท่านใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองดูลงมาให้ได้ ด้วยเหตุว่าความสูงที่น่าหวาดเสียวจะมีผลให้คุณลืมไม่ลงไปอย่างยิ่งจริงๆ
7. ลงใต้ไปเยี่ยมเกาะสรวงสวรรค์ หมู่เกาะมะริด เมียนมาร์
เพราะว่าเขตตอนเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักเดินทางเดินทางเข้าไปได้ ทางด้านใตนก็เลยเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายกว่าเพราะเหตุว่าได้เปิดให้ท่องเที่ยวดูได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งรวมทั้งทวายเป็นทางที่ไม่มีอะไรเทียบเคียงได้รวมทั้งให้บรรยากาศเขตแดนสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าแปลก เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่สวยเกินจริงโดยคุณสามารถคิดแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือแล้วก็ทัวร์แบบพักแรมหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองหนทางเป็น ฤดูท่องเที่ยวในต.ค.ถึงก.พ.ซึ่งอากาศกำลังสบายแม้กระนั้นมีนักท่องเที่ยวล้นหลามและก็ตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างกุมภาพันธ์/มี.ค. ถึง เดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นตอนที่นักเดินทางน้อยกว่าแต่ว่าอากาศก็ร้อนอย่างมาก ทดลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโฮเต็ล อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในประเทศพม่าคุณจะต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งแลกเงินใกล้บ้าน หรือในจังหวัดกรุงเทพ แล้วหลังจากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดพอดีท่าอากาศยาน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในประเทศพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทาง ตัวอย่างเช่น ของกิน ค่าพาหนะ รวมทั้งของฝาก ในเมียนมาร์มีตู้เครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติเฉพาะในเมืองใหญ่
10. ร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในเมียนมาร์
รักจะท่องเที่ยวเมียนมาร์จำเป็นต้องทำความเข้าใจที่จะสนุกสนานไปกับการเดินทางบนรถบัสอันนาน ด้วยเหตุว่าเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั้งประเทศ รถบัสหลายคันจะออกช่วงเวลาบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในช่วงค่ำ หรือย่ำรุ่งวันพรุ่งนี้ บนรถบัสชอบมีคาราโอเกะไว้บริการรวมทั้งบางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถยนต์ออกไปจนกระทั่งจุดหมายอย่างยิ่งจริงๆ
Featured

7 จุดดูใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศเกาหลีที่ต้องตามไปดู!

ทัวร์เกาหลี
เริ่มไปสู่ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลีกันแล้ว! คนใดกันแน่ไม่รู้เรื่องจะท่องเที่ยวไหนดี พวกเราชี้แนะให้มาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีระยะนี้เลย! ด้วยเหตุว่าอากาศกำลังสบายๆอุณหภูมิที่ประเทศเกาหลี พอดี กล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของนักเดินทางที่จะมาดูบรรยากาศในตอนใบไม้เปลี่ยนสี เพราะว่ามีธรรมชาติที่สวยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเทือกเขา สวนซอรัคซาน เกาะนามิ รวมทั้งที่อื่นๆรวมทั้งเทศกาลที่จะจัดขึ้นในตอนใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลี เลยรวม 7 พิกัดตามหาใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลีมาฝากกัน จะมีที่แห่งใดบ้าง ตามมามอง!
1. อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park)
เริ่มไปสู่ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลีกันแล้ว…ซอรัคซาน ก็เป็นเลิศในสวนสุดได้รับความนิยมของประเทศ ประเทศเกาหลี ที่จำเป็นต้องมาในตอนใบไม้เปลี่ยนสีจริงๆด้วยเหตุว่าบรรยากาศของป่าสนที่เบาๆเปลี่ยนสีไล่กันไปเทือกเขานั้นเป็นภาพที่สวยสดงดงามมากมาย จุดที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับการดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ซอรัคซานหมายถึงซอกเขากางคดัม ช่องเขาโอแซค จุลจองกอล บ่อน้ำแร่โอแซก และก็ซอกเขาชอนบุนป่า
2. เทือกเขานัมซาน (Namsan Mountain)
เทือกเขานัมซาน ดูบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี บนเทือกเขากลางเมืองโซล ถ้าเกิดมาท่องเที่ยวประเทศเกาหลี แล้วดูลงมาจากเทือกเขานัมซาน จะได้เจอกับภาพวิวของกรุงโซล ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ตามข้างทางจะเต็มไปด้วยสีแดงของใบเมเปิ้ลและก็สีเหลืองของต้นกิงโกะหรือแปะก๊วยนั่นเอง กลางทางเดินไปยอดดอยก็มีที่ให้แวะเดินเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์นัมซาน หอสมุดสาธารณะนัมซาน สถาบันเกอเธ่ ประเทศเกาหลี
3.เกาะนามิ (Nami Island)
คนไหนกันแน่ถูกใจมองซีปรี่ย์ประเทศเกาหลีนี่จะต้องมาท่องเที่ยวเกาะนามิสักหนึ่งครั้ง! สะกดรอยซีปรี่ย์สุดได้รับความนิยมเรื่อง เพลงรักในสายลมหนาว (Winter Sonata) ขอบอกว่าเกาะนามิเป็นท่องเที่ยวได้ทุกฤดูเลยจริงๆมาท่องเที่ยวฤดูร้อนก็จะมองเห็นใบไม้สีเขียว ตอนใบไม้ผลิก็มีซากุระให้มอง ถ้าเกิดมาฤดูหนาวก็ฟินกับบรรยากาศหิมะตก ส่วนตอนใบไม้เปลี่ยนสีก็จะได้มองเห็นอุโมงค์ต้นแปะก๊วยสีเหลืองและก็ใบเมเปิ้ลกลายเป็นสีแดงทั่วเกาะนามิ
4. อุทยานแห่งชาติจิริซาน (Jirisan National Park)
อีกหนึ่งสวนของประเทศเกาหลีที่มีทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่งาม ในช่วงปลายต.ค. ต้นไม้บนเทือกเขาจะเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม สีแดง สีเหลือ ไล่กันไปทั่วทั้งยังเทือกเขา รวมทั้งตรงนี้ยังเป็นจุดมุ่งหมายของนักไต่เขาอีกด้วย
5. อุทยานแห่งชาติแนจังซาน (Naejangsan National Park)
สวนแนจังซาน คนไหนกันมาท่องเที่ยวประเทศเกาหลี ตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่นักเดินทางพากันมาดูใบไม้เปลี่ยนสีในตอนต.ค.รวมทั้งพ.ย. ทั้งยังสวนจะเต็มไปด้วยสีแดงของใบเมเปิ้ลแล้วก็ต้องแวะมาที่วัดแนจังซาน กลางทางจะได้มองเห็นอุโมงค์ต้นไม้และก็ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่เบาๆกลายเป็นสีแดง ส้มและก็เหลือง
6. ถนนหนทางสายโรแมนติกถ็อกซูกุง (Deoksugung Palace’s stone wall road)
ถนนหนทางสายโรแมนติกเลาะวังถ็อกซู อยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลี ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ใบแปะก๊วยจะกลายเป็นสีเหลืองยาวไปตามแนวถนนหนทาง หากมาท่องเที่ยวตอนตุลาคม ก็มีเทศกาลดอกไม้เพลิงนานาประเทศที่กรุงโซล อีกด้วย!
7. พระราชสำนักเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)
พระราชสำนักที่มีชื่อที่สุดในประเทศเกาหลี ทิวทัศน์ธรรมชาติและก็บรรยากาศร่มรื่นรอบๆพระราชสำนัก ในบรรยากาศตอนใบไม้เปลี่ยนสีที่ใบไม้สีแดงปกคลุมไปบริเวณราชสำนักนั้นเป็นภาพที่งามมากมาย รวมทั้งตรงนี้ยังมีการแสดงดนตรีพื้นบ้านในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแทบทุกคืนด้วย
ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลี นี่งามทุกหนทุกแห่งเลยเนอะ! คนไหนกันที่กำลังจะออกเดินทางไปท่องเที่ยว ประเทศเกาหลี ขณะนี้ก็จัดแจงกันเลยย^^

5 ยอดเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวในเวียดนามที่คุณจะต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อพูดถึงเวียดนามใครๆก็มักจะนึกถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่ทราบไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าสนใจอีกเยอะแยะในเวียดนามที่เวลานี้กำลังเป็นกระแสอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามจำต้องไม่พลาด เรามาอัพเดทกันวันท่องเที่ยวเวียดนามทั้งทีจะต้องสุดๆ5 สถานที่ตรงไหนกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดดอย อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราวๆ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา เทือกเขาบานา เคยเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวตากอากาศมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยข้างบนเป็นบ้านพักและก็โฮเต็ลของชาวประเทศฝรั่งเศสสมัยเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 ข้างหลังสงครามชาวฝรั่งเศสแพ้กลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่ยาวนานหลายปี จนกระทั่งถูกกลับมาซ่อมเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกครั้งในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างกระเช้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับเพื่อการนั่งตะกร้าจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน ค่าใช้สอยสำหรับเพื่อการก่อสร้างเคเบิลคาร์ขั้นแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา แล้วก็ช่วงที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดเขา มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกทำขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่มีชื่อเสียงจากประเทศออสเตรเลีย อุปกรณ์รวมทั้งเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งปวง 94 เคบิน กระเช้ามีอีกทั้งแบบเปิดเตียนโอเพ่นเครื่องปรับอากาศกับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ข้างในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีนานาประการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ และก็ยังรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามแล้วก็น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของโลก และก็วันนี้พวกเราจะขอเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอีกทั้งความงดงาม และความซาบซึ้ง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำซอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากด้านในถ้ำ และก็ได้รับการยอมรับจาก นักตรวจสอบถ้ำทั้งโลกว่า เป็นถ้ำอันดับแรกๆของโลก เนื่องมาจากเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการอย่างเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำเยอะที่สุด ยาวที่สุด และก็กว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) คืออีกหนึ่งจุดมุ่งหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสะดุดตาทางธรรมชาติและทางธรรีวิทยา ที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง (หรือราวๆ 400 ล้านปี) โน่นก็เลยนำมาซึ่งการทำให้อุทยานที่นี้มีพื้นที่แบบหินปูนที่ดั้งเดิมที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จัก (Bo Trach) และก็อำเภอไม่ญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) รวมทั้งติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาตอนใต้ราวๆ 500 กม. ข้างในเขตสวนมีกรุ๊ปหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร สวนนี้โด่งดังในความงามของถ้ำที่มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว รวมทั้งยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีลำธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.ท่องเที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
ฮาทดลองเบย์ หรือ อ่าวฮาทดลอง คือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกที่ในประเทศเวียดนามที่เกียรติศักดิ์เลื่องลือไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดดู โดยที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรยูเนสโกเพราะมีความสวยงามของธรรมชาติมาก

ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาทดลองตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ภายในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางทิศตะวันออกราวๆ 170 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับเมืองจีน ฮาลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร มีริมฝั่งยาว 120 กม. มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่กับอย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความงดงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long คือ อ่าวมังกรผู้ดำดิ่ง ตามตำนานราษฎรเวียดนามบอกเล่ากันว่า ในอดีตที่ชาวเวียดนามกำลังรบกับจีน เทพเจ้าได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งถัดมามังกรพวกนี้ได้ดำตรงลงสู่ทะเลรอบๆอ่าวฮาทดลอง ทำให้มีอัญมณีและหยกพุ่งกระเด็นออกมาเปลี่ยนเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะป้องกันผู้บุกรุก แล้วก็บางตำนานเอ๋ยถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งเชื่อว่าอาศัยอยู่ที่บริเวณก้นอ่าว

4.เที่ยวเมืองซาขว้าง ท้องนาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์สูงที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยทำเลที่ตั้งอันสวยที่กลุ้มรุมไปด้วยขุนเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปีทำให้รุ่งเช้าของที่นี่มีไอหมอกปกคลุมงาม ในแต่ละปี ซาปา จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้แวะเวียนมาเที่ยวได้เยอะมากๆ

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาขว้าง เป็นเมืองเล็กๆที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่สมัยที่ประเทศฝรั่งเศสยังปกครองประเทศเวียดนาม โดยชาวยุโรปติดอกติดใจที่นี่ด้วยเหตุว่าอากาศดีและสงบเงียบ ถัดมาซาปาก็เลยโด่งดังแล้วก็เป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆจนมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมหลายหมื่นคนต่อปี

5.เที่ยวหมุยแหน ภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเพราะเทือกเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายคนรู้จักกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ชิดกับหาดทราย ก็เลยมีแดดแล้วก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 ที่หมายถึงเทือกเขาทรายขาวรวมทั้งเทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นได้รับความนิยมมากยิ่งกว่าในสายตาของช่างถายภาพ เนื่องมาจากสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีสวยกว่าที่เทือกเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตเป็นการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่างซึ่งอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

ข้อมูลอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่เยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการมาท่องเที่ยวเป็น เวลาเช้าหรือไม่ก็ตอนเวลาเย็น เนื่องจากว่ากลางวันถึงเวลาบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดจัดมากมาย
เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สัญจรท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักเดินทางที่เดินทางมายังที่ที่นี้รับประกันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย เนื่องจากว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับหาดทราย จึงมีแดดและลมที่แรงมากทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งหมายถึงภูเขาทรายขาวและเทือกเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วย สำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่เป็นที่ชื่นชอบมากกว่าในสายตาของช่างถายภาพ เนื่องมาจากสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่าง ซึ่งเครื่องมือสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับในการมาเที่ยว คือ ตอนเช้าหรือไม่ก็ตอนเวลาเย็นเพราะกลางวันถึงตอนเวลาบ่ายนั้นอากาศและแดดจัดมาก
เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ กล่าวได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สำรวจท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สถานที่เที่ยวในประเทศพม่าที่คุณจะต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

หากกล่าวถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย ส่วนใหญ่ผู้คนจำนวนมากมักนึกถึงการไปไหว้พระเท่านั้น แม้กระนั้นเรื่องจริงพม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายสไตล์ ที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสสักครั้ง วันนี้พวกเราสะสม 5 สถานที่เที่ยวประเทศพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่แห่งไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพม่า สมุทรเจดีย์และวิถีชีวิตแบบพุกามๆ
นับว่าเป็นโชคดีของชาวประเทศพม่า ที่พุทธเจริญก้าวหน้าถึงขีดสูงสุดเช่นกันในเวลานั้น ทำให้พระเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พระองค์สร้างเจดีย์ที่แรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” แล้วกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมทั้งเสนาบดีรวมทั้งผู้มีอันจะกินทั้งหลายในประเทศพม่าก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด คงเพราะความเลื่อมใสที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่มโหฬารแค่ไหน ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากมายเท่านั้น

อาณาจักรพม่าเคยรุ่งโรจน์ขนาดไหนเราคงจะไม่ต้องอธิบาย ด้วยเหตุว่าเกือบ 1,000 ปีที่ล่วงเลยไปทุกๆอย่างได้พิสูจน์ตนเองไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตัวเราต่างหากที่จำต้องมาพิสูจน์ความโหฬารนั้นด้วยตาของเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือเพียง 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่เคยทราบว่าอีกหน่อยจะเหลือให้ดูแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
ถ้าหากโลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักผ่อนเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันดีกว่า! สถานที่เที่ยวในพม่า อีกแห่งที่ต้องการเชิญคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom นับว่าเป็นสวนน้ำแห่งแรกของพม่า ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ที่นี่คุณจะได้เจอกับสไลด์เดอร์สุดเยี่ยมสุดยอด ทั้ง “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้ท่านไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้ท่านรวมทั้งเพื่อนพ้องๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกสนานร่วมกัน ผ่านท่อสีเขียวที่คดเคี้ยว ยาวกว่า 60 เมตร! นอกเหนือจากนั้นยังมีโซนสำหรับคุณหนูอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการเครื่องอำนวยความสะดวกอีกทั้งล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ร้านอาหาร ร้านขายของของที่ระลึก อย่างครบครัน หนีร้อนไปสนุกกับสวนน้ำในปิ้งกุ้งกันดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้เก่าแก่ ที่แก่กว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น เราสามารถเดินชมสะพานไม้ไปเรื่อยๆได้ แล้วก็ยิ่งตอนที่ดวงอาทิตย์กำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณบริเวณสะพาน จะมองเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์แวววาวกับสายน้ำ นอกจากจะได้ชมความสวยสดงดงามของตะวันขึ้นรวมทั้งตกแล้ว ยังได้มองเห็นวิถีชีวิตของคนภรรยานมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดติดตราตรึงใจกันเลยทีเดียว

ของร้านขายเครื่องดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ชมดวงตะวันตกในทะเลสาบ แถมมีปลาและก็กุ้งใหม่ๆจากทะเลสาบ ให้ได้ชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอดูพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย แนวทางท้ายที่สุดเป็นวิธีที่เสียตังน้อยที่สุดหมายถึงสามารถยืนชมทิวทัศน์บนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละแบบแรง

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด และก็วิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่ตรงกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ชาวบ้านดำเนินชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? เป็นชาวบ้านเค้าก่อสร้างบ้านและอาศัยกันในทะเลสาบเลยมึงรเอ้ยยย ต่อไปนี้เนี่ย แน่ๆการดำรงชีพและการเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมของเค้าจะต้องเกี่ยวกับทางทะเล เช่น การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การผลิตบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมทั้งยานพาหนะจำเป็นอย่างเรือ ที่แน่ๆมีหยุดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลเป็นพรสวรรค์ของชาวอินติดอยู่เนี่ยล่ะ การพายเรือด้วยเท้าด้านเดียวสำหรับการสัญจรรวมทั้งจับสัตว์ในน้ำที่ไม่ซ้ำใครในโลก ดังมากโว้ย ดังจนกระทั่งที่นี่เป็นอีกจุดมุ่งหมายนึงที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาดูเลยแหละ ทราบอย่างนี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต แห่งทะเลเมียนมาร์.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากริมฝั่งจังหวัดระนองเพียงแค่ราวๆ 81.2 กิโลเมตรเท่านั้น เกาะแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีหาดทราย มีช่องว่างอยู่กลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้าเกิดดูจากมุมสูงจะมีความเห็นว่าช่องตรงกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น เพิ่มเติมกับบริเวณรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวชอุ่ม ทำให้รูปร่างหัวใจนี้มองเห็นเด่นชัด จนได้รับการตั้งชื่อจากคนไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งชาวต่างชาติจะรู้จักกันในชื่อ “Hidden Lagoon”

เห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวเมียนมาร์ ก็มิได้มีแต่ว่าการไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น เมียนมาร์ยังมีแหล่งธรรมชาติงามๆอีกเพียบเลย ต้องใจคนถูกใจท่องเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ ถ้าเกิดมีโอกาสลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การท่องเที่ยวพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด อัพเดท 2018

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เหตุเพราะใช้เวลาเดินทางไม่นานแค่เพียง 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว รวมทั้งยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย ถ้าเกิดจะเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีนั้นที่จริงแล้วมีมากมายก่ายกองหลายที่ เพราะฉะนั้นผู้ใดกำลังแพลนลานไปเที่ยวหรือกำลังตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวประเทศไหนดี ลองตามมามอง 15 สถานที่เที่ยวห้ามพลาดในประเทศเกาหลี แล้วจะต้องอยากไปเที่ยวแน่ๆ

1. ราชสำนักเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
พระราชสำนักเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “ราชสำนักคยองบกกุง” เป็นทั้งยังสัญญลักษณ์แล้วก็สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล พระราชสำนักที่มีขนาดใหญ่แล้วก็ดั้งเดิมที่สุดในกรุงโซล ผลิตขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงศ์โชซอน แต่เดิมนั้นข้างในวังมีตึกรวมทั้งพระราชวังต่างๆมากยิ่งกว่า 200 ข้างหลัง แต่เมื่อมีการรุกรานของประเทศญี่ปุ่น ตึกโดยมากก็ได้ถูกทำลายลงคงเหลือเพียง 10 หลังแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนว่ากล่าวค Namiseom Island
เกาะนามิเกิดจากผลการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่ราวๆ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อเสียงในหมู่คนเกาหลีมานานเนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติตัวอย่างเช่น กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมถึงนกกระจอกเทศด้วย และก็ตรงนี้จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งปวง เพียงแค่รักษาความชอบธรรมชาติเอาไว้ โดยช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมาสูงที่สุดจะเป็นตอนๆฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากต้นไม้เยอะมากตรงนี้จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเดินใต้ต้นแปะก๊วยที่จะเปลี่ยนแปลงใบเป็นสีเหลืองสดงดงามมากมาย แต่ตรงนี้คนจะเยอะแยะตลอดทุกฤดู

3. รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่งามอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถแลเห็นรถไฟที่วิ่งมาหยุดที่สถานีพร้อมด้วยวิวอุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในตอนโดยประมาณต้นเดือนม.ย. สถานีรถไฟคยองฮวาแห่งนี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้แรงงานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แม้กระนั้นจะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในช่วงเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกซากุระที่จัดอย่างมากใหญ่ของเมืองจินแฮ แต่ว่ารถไฟนั้นจะมิได้มาจอดที่สถานี ก็แค่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นเลิศในจุดที่โด่งดังเยอะที่สุดในการดูดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มมีชื่อเสียงกันหลังจากซีรีย์เรื่อง Romance ถ่ายทอดเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้คลองแห่งนี้เป็นฉากสำหรับเพื่อการถ่ายทำ โด่งดังจนมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ข้ามคลองตามชื่อซีรีย์นั่นก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆม.ย.ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลชมดอกซากุระ ที่คลองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักเดินทางที่เดินทางมาดูความงามของดอกซากุระ สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งข้างบนสะพานแล้วก็ด้านล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคลองน้ำ รวมทั้งยังมีดอกเรปซีดเผือดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กออกดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการแต่งแต้มตกแต่งบริเวณคลองในช่วงที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันผ่องใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจสวยๆและก็ในช่วงช่วงเวลาค่ำคืนก็จะเปิดไฟประดับประดางดงามมาก

5. เขตช้อปปิ้งเมียงดง หรือ มยองป่าดง
ย่านช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองป่า (Myeong-dong) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมแล้วก็คักคักที่สุดของกรุงโซล เย้ายวนใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวก ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ และก็วัฒนธรรมอย่างยิ่งจริงๆ ข้างในตลาดเมียงมองป่าดงเต็มไปด้วยร้านค้า แล้วก็ร้านอาหารนับไม่ถ้วน ยอดเยี่ยมในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางรวมทั้งนักช้อป

ห้าง
ห้างที่ใหญ่ที่สุด ตัวอย่างเช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างคุ้นชินเซเอ็ง(Shinsegae) ส่วนร้านขายของอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมทั้งแผงลอยข้างถนนที่จัดจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องเพชรพลอย เครื่องสำอาง สินค้าอื่นๆในราคาไม่แพง และอาหารหวานแสนอร่อย โดยเจ้าของร้านส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และไทยได้

เป็นอย่างไรกันบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามดูการจัดสถานที่เที่ยวในเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกมากมายจริงๆประเทศนี้เที่ยวอย่างไรก็ไปไม่หมดกล้วยๆหวังว่าเพื่อนพ้องๆอาจจะถูกใจ รวมทั้งติดตามบทความของพวกเรา คนไหนถูกใจขอความปรานีแชร์ให้เพื่อนฝูงๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

ท่องเที่ยวพม่ากับทัวร์ สบายกว่าท่องเที่ยวเองอย่างไร…?

ดำเนินการกันมาอ่อนเพลียๆตลอดปี ทดลองหาวันว่างนิดหน่อยหน่อย ท่องเที่ยวใกล้บ้านที่พม่ากันมั้ยขา? ปี 2018 นี้ ประเทศพม่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนักท่องเที่ยวสนใจท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นกว่าทุกปี เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งมากยิ่งกว่าทัวร์ฮ่องกงรวมทั้งสิงคโปร์กันเลยทีเดียวล่ะจ้ะ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ ทัวร์เมียนมาร์ ได้รับความสนใจและก็ขายดีก็คือ การไป เที่ยวพม่าด้วยตัวเอง ถือว่ายังเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสะดวกสบายมากสักเท่าไรนัก ถ้าหากใครไม่ใช่สายฝ่าหรือจัดเตรียมรับความเสี่ยงได้ทุกสถานการณ์ ชี้แนะให้ เที่ยวพม่ากับทัวร์ น่าจะตอบโจทย์มากกว่า ถ้าหากใคร่รู้ว่าท่องเที่ยวแบบซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า สบายกว่าเที่ยวเองอย่างไรมาดูกันค่ะ
1.การขนส่ง
ในเมียนมาร์ รถสาธารณะแต่ละเมืองยังมีน้อย ทำให้การต่อรถหรือขึ้นลงเวลาจะเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆบางทีอาจจะไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ ประกอบกับป้ายบอกทางก็เป็นภาษาเมียนมาร์ทั้งนั้น ทำให้บางครั้งก็อาจจะต้องใช้เวลามากมาย แถมบางคราวบางทีอาจยังหลงทางแบบไม่คาดคิดอีกด้วย โดยเหตุนั้นถ้าเกิดจะไป เที่ยวเมียนมาร์ด้วยตัวเอง จะต้องทำการบ้านหนักพอสมควรเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าหากไปท่องเที่ยวเมียนมาร์กับทัวร์ ก็จะสะดวกมากมาย เพราะมีรถยนต์รับส่งตลอดทริป ถ้าหากท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆที่แต่ละจุดไกลห่างกัน ไปกับทัวร์จะคุ้มกว่ามากมายเลยค่ะ
2.การติดต่อสื่อสารภาษาพูด
ไปเที่ยวต่างแดน สิ่งนึงที่จำต้องพบเป็นขั้นแรกก็คือความไม่เหมือนในเรื่องของภาษา ในตัวเมืองย่างกุ้ง พวกเรายังพอเพียงสื่อสารภาษาอังกฤษกับคนท้องถิ่นได้ตามปกติ ดังเช่น การสั่งอาหาร หรือถามทาง แม้กระนั้นหากออกไปเที่ยวชานเมืองปิ้งกุ้ง จะพบผู้คนที่ติดต่อภาษาอังกฤษได้ลดน้อยลง ก็บางครั้งอาจจะจำต้องใช้หลายๆทักษะเพื่อติดต่อกันให้รู้เรื่อง แม้กระนั้นถ้าหากไป เที่ยวกับทัวร์ ก็จะมีไกด์หรือหัวหน้าทัวร์ ช่วยคุย หรือจัดแจงตลอดการเดินทางเลยจ้ะ
3.ห้องอาหาร
เรื่องชีวิตเป็นเรื่องสำคัญเลยค่ะ ไปเที่ยวก็จำเป็นต้องได้ทดลองลองของกินของท้องถิ่นนั้นๆด้วย หากท่องเที่ยวเองบางทีก็อาจจะตรากตรำหน่อยเวลาเจอของกินที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นหน้าสั่งไปและจากนั้นก็จำเป็นต้องมาลุ้นอีกว่ามันเป็นยังไง กินได้มั้ย แต่ถ้าเกิดไปเที่ยวพม่ากับทัวร์ไม่ต้องลุ้นเรื่องอาหาร ว่ารสชาติจะอร่อยไหม สะอาดหรือไม่ เพราะเหตุว่าบริษัททัวร์จะเลือกเฟ้นห้องอาหารที่ถูกสุขลักษณะ รสชาติกับคนประเทศไทย แถมไม่ต้องต่อคิวรอคอยของกินลงอีกด้วย
4.การไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พม่าขึ้นชื่อลือนามในเรื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆผู้คนจำนวนมากอยากไปเที่ยวแสวงบุญที่เมียนมาร์สักครั้งในชีวิต แม้กระนั้นหากไปเที่ยวเอง ไปถึงสถานที่ทั้งทีถ้าเกิดไม่เคยทราบกรรมวิธีการไหว้ที่ถูกต้องก็คงจะไปแบบงงงวยๆทำอะไรไม่ค่อยถูก และจากนั้นก็ไม่ทราบแบบเดียวกันว่าที่ไหว้ไปแล้วเป็นแนวทางที่ถูกไหม แต่ถ้าไปเที่ยวกับทัวร์ คุณจะได้รับบริการข้อเสนอจากไกด์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมทั้งข้อเสนอแนะประเด็นการแต่งกาย การสวดมนต์ ไหว้พระ ขอพร สักการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในแต่ละสถานที่ พร้อมคำบรรยายที่จะทำให้คุณรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นๆอย่างแม่นยำลึกซึ้ง
5.สะดวกมากมายเมื่อพาคุณพ่อคุณแม่ท่องเที่ยว
ถ้าหากลูกๆคนไหนกันแน่ ต้องการพาคุณพ่อกับคุณแม่ไปเที่ยวประเทศพม่า ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเลือกซื้อ ทัวร์เมียนมาร์ ไปเที่ยวนั้นจะเหมาะสมอย่างยิ่งที่สุดเลยค่ะเพราะเหตุว่าคุณจะได้ในเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายสำหรับเพื่อการเดินทาง อาหารต่างๆรวมถึงที่พักแบบนอนสบาย แถมยังไม่ต้องถือกระเป๋าสัมภาระเองให้อิดโรยอีกด้วย
6.ไม่ต้องลุ้นเรื่องที่พัก
ถ้าไป เที่ยวพม่าด้วยตัวเอง เวลาจองห้องพักไปแล้ว เพียงพอไปถึงที่พักคุณอาจจะต้องลุ้นว่าที่พักจะดีงามราวที่อ่าน Review มาหรือไม่ แต่ว่าถ้าเกิดซื้อ ทัวร์เมียนมาร์ ส่วนใหญ่ในโปรแกรมจะจัดที่พักอย่างยอดเยี่ยม เป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาว รับประกันว่าสะอาดและก็ไม่เป็นอันตราย พักได้เพลิดเพลินใจ ไม่ต้องลุ้นแน่นอนจ้ะ
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับไม่ค่อยมีเวลาสำหรับเพื่อการวางแผนหรือศึกษาเล่าเรียนหาข้อมูลท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ทั้งยังถ้าหากว่าทริปนี้มีคุณพ่อคุณแม่หรือคนสูงอายุร่วมทริปด้วย การไป ท่องเที่ยวประเทศพม่ากับทัวร์ ก็ดูจะสมควรและคุ้มมากยิ่งกว่าท่องเที่ยวเองแน่ๆจ้ะส่วนคนใดกันเป็นสายฝ่า จะท่องเที่ยวด้วยตัวเองกับแฟนหรือเพื่อนพ้องๆก็คงจะได้ประสบการณ์ที่สนุกแปลกใหม่ไปอีกแบบ ยังไงก็ทดลองเลือกการเที่ยวที่เหมาะสมกับตนเองดูนะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระเมียนมาร์ รวม 5 สถานที่ทำบุญทำกุศล เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางพวกเราก็เลยได้รวบรวมรายชื่อ 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนใหญ่ชอบนึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นอันดับต้นๆสถานที่สุดฮิตชั้น 1 ของทัวร์ไหว้พระพม่า ด้วยเหตุว่ามีรายการวิทยุแล้วก็รายการทีวีหลายรายการป้องกันเลยทีเดียวที่จัดทัวร์ไหว้พระพม่าตรงนี้ จึงไม่ฉงนใจว่าทำไมเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งเป็นอย่างดี
ส่วนที่มาที่ไปของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองจนกระทั่งใครๆก็อยากมาทัวร์ประเทศพม่าไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกรบ รวมทั้งแน่ๆว่าสุดท้ายเขาก็ชอบชนะซะทุกคราว นอกเหนือจากนั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญและก็ชาวพม่าอีกด้วยว่าการมากราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางพ้นทุกข์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีประจำวันเกิดติดตั้งอยู่ 8 ทิศ ซึ่งสามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทพทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์เมียนมาร์
เว้นเสียแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์พม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทวดาทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายถึงจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่น้อยกว่าเทพตามคติความศรัทธาเมียนมาร์ มีบทบาทคุ้มครองปกป้องสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนเมียนมาร์ใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนยกย่อง
ส่วนสาเหตุของชื่อ เทพทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรที่นี่แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมประสงค์ ก็เลยเป็นต้นเหตุของชื่อ เทวดาทันใจ แล้วก็เป็นเลิศในปัจจัยที่ใครหลายคนไปเที่ยวไหว้พระพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์กับ เทวดากระซุบกระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อเราไปไหวเทวดาทันใจแล้ว โดยมากท่องเที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการ เทวดากระซิบ กันต่อเลย เพราะเหตุว่าสถานที่ตั้งของเทวดากระซิบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพกระซิบบอกมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรหญิงของพญานาคที่เชื่อถือศาสนาพุทธอย่างมาก เมื่อตายไปจึงแปลงเป็น นัต
ส่วนสาเหตุของชื่อเทวดากระซิบ แล้วก็ความอำนาจที่เย้ายวนใจไหว้พระประเทศพม่านั้น บอกเลยว่ามีเหตุมาจากคนไทยนี่แหละ เดิมทีชาวเมียนมาร์ก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แต่ไม่มีผู้ใดไปกระซุบกระซิบอะไร จนถึงวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระประเทศพม่าได้พาคนไทยไปแล้วก็มองเห็นป้ายภาษาประเทศพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เนื่องด้วยมีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นชอบโหวกเหวกโวยวาย แม้กระนั้นไกด์รู้ผิดจึงบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าหากจะขอพรกับเทพองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” ต่อจากนั้นลูกทัวร์ชาวไทยก็ไปกระซิบขอพร ซึ่งแน่นอนชาวประเทศพม่ามองเห็นคนประเทศไทยทำและก็สมหวังตามปรารถนาก็เลยเริ่มทำบ้างจนเปลี่ยนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติท้ายที่สุด
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ย่างกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระพม่านั่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้นำมาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่ยุคพระผู้เป็นเจ้าบุเรงนอง ถือเป็นสิ่งศักดิ์ที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามานาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็จัดว่าไม่ธรรมดา เนื่องจากว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบพุกาม สวย งอนงาม โดยมีจุดแข็งตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่สวยสดงดงาม ก็เลยเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมาไหว้พระประเทศพม่าที่วัดนี้
5.สักการพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าประเทศไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งล่อใจนักเดินทางแล้ว ไหว้พระประเทศพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญด้วยเหมือนกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพุทธรูปขนาดยาวโดยประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่ามีข้อดีตรงที่ดวงตาที่มองหวานรวมทั้งจีวรที่เป็นพลิ้วไหวๆส่วนตรงจุดศูนย์กลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกเหนือจากนั้นพระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้ผิดแผกกับศิลปะแบบไทยอีกด้วย

เยี่ยมมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชเมืองในที่สุดของพม่า

“เยือนมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชธานีท้ายที่สุดของเมียนมาร์”
วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะสถานที่ท่องเที่ยงในประเทศพม่าอีกมุมมองหนึ่งก็คือเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีอารายธรรมส่วนตัว เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลงใหลจนกระทั่งไม่รู้ลืม
มัณฑะเลย์เป็นอดีตเมืองหลวงราชเมืองท้ายที่สุดก่อนที่จะเสียประเทศให้กับการรุกรานของอังกฤษ ที่นี่ถือเมืองใหญ่ชั้นลำดับที่สองของเมียนมาร์รองจากนครย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในเขตฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งโดยประมาณ 716 กม.และก็พระเจ้ามินป่าทรงย้ายราชบุรี มาก่อตั้งเป็นเมืองหลวงราชเมืองในปี คริสต์ศักราช 2400 โดยพระเจ้ามินดง โดยตั้งชื่อตามเทือกเขามัณฑะเลย์ ที่อยู่ใกล้เคียง วงเวียนของเมืองมัณฑะเลย์
พุกาม
เป็นเมืองโบราณตั้งแต่ยุคพุทธศักราชที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่งดงามมากแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยยิ่งไปกว่านั้นความโหฬารของเจดีย์เยอะมากๆกว่า5,000 องค์ จนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความเจริญของพุทธศาสนาในประเทศเมียนมาร์ได้เป็นอย่างดีคนทั่วๆไปจึงเรียกเมืองพม่านี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ
เทือกเขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เป็นจุดสำหรับชมวิวสวยสดงดงามและมีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาสำคัญๆให้นักท่องเที่ยวได้ชม อีกทั้งมองธรรมชาติ มองทิวภาพอันงดงามที่สุด รวมทั้งสามรถยนต์ดูเมืองมัณฑะเลย์ ได้แทบจะทั้งหมด สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองมัณฑะเลย์ได้เป็นอย่างดี เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส ท่องเที่ยวชมตลอดระยะเวลา
สะพานไม้อูเบ็ง
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นในยุคพระผู้เป็นเจ้าโบดอพญา ผลิตขึ้นเพื่อข้ามทะเลสาบToungthamon ระยะทางกว่า 1 กม. ลักษณะเด่นของสะพานเเห่งนี้นอกเหนือจากที่จะเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดเเล้วนั้น สะพานอูเบ็ง ยังสร้างขึ้นมาจากไม้สัก ที่รื้อถอนมาจากวัง เเห่งกรุงอังวะ
ใส่บาตรพระ
กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดมิได้เมื่อไปเยื่อนพม่าเป็นการตักบาตรพระ ในช่วงเวลาสายๆจะมีพระพม่าเดินเข้าคิวออกมาเพื่อรับบิณฑบาตโดยใช้บาตรที่ทำมาจากไผ่สานลงรักสีดำสนิท โดยรอบๆวัดจะมีคนมาเร่ขายคอกไม้ ข้าวโพดต้ม กับข้าวต่างๆหรือหากไม่ต้องการซื้อพวกเราสามารถมอบให้เงินตามกำลังศรัทธาได้เลย
นี่เป็นเพียงภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งของเมืองมัณฑะเลย์ ยิ่งกว่านั้นประเทศพม่ายังมีสถานที่เที่ยวที่งาม รวมทั้งน่าดึงดูดอีกเยอะมากที่ยังรอคอยเราไปสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกับไทยพวกเรา และก็ที่สำคัญใช้เวลาเดินทางเพียงแต่ไม่กี่ชั่วโมง ใครมีเวลาว่างๆก็อย่าลืมประเทศพม่า มิงกะละบานะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระประเทศพม่า รวม 5 สถานที่ทำบุญ เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางเราก็เลยได้รวบรวมรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระประเทศพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ๋ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนโดยมากชอบนึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นลำดับแรกๆสถานที่สุดฮิตชั้น 1 ของทัวร์ไหว้พระประเทศพม่า เหตุเพราะมีรายการวิทยุแล้วก็รายการทีวีหลายรายการกันอย่างยิ่งจริงๆที่จัดทัวร์ไหว้พระประเทศพม่าตรงนี้ ก็เลยไม่ประหลาดใจว่าเพราะอะไรพวกเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองย่างกุ้งเป็นอย่างดี
ส่วนที่มาที่ไปของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองจนกระทั่งใครๆก็อยากมาทัวร์พม่าไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงนอง มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกรบ รวมทั้งแน่ๆว่าในที่สุดเขาก็มักจะชนะซะทุกคราว ยิ่งกว่านั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญแล้วก็ชาวประเทศพม่าอีกด้วยว่าการมากราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นวิถีทางหมดทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บและก็อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีประจำวันเกิดตั้งอยู่ 8 ด้าน ที่สามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทวดาทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์เมียนมาร์
เว้นเสียแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์พม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทพทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดาทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายคือจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแม้กระนั้นต่ำลงมากยิ่งกว่าเทวดาตามคติความเลื่อมใสประเทศพม่า มีบทบาทปกป้องสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนเมียนมาร์ใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนเคารพ
ส่วนสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ เทวดาทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรตรงนี้แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมความต้องการ ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ เทพทันใจ รวมทั้งยอดเยี่ยมในต้นสายปลายเหตุที่คนอีกหลายๆคนท่องเที่ยวไหว้พระพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระประเทศพม่ากับ เทวดากระซุบกระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อพวกเราไปไหวเทพทันใจแล้ว ส่วนใหญ่เที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการ เทวดากระซิบ กันต่อเลย ด้วยเหตุว่าสถานที่ตั้งของเทพกระซิบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพกระซุบกระซิบมีชื่อเรียกในภาษาพม่าว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นลูกสาวของพญานาคที่ศรัทธาศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก เมื่อตายไปจึงกลายเป็น นัต
ส่วนที่มาของชื่อเทพกระซุบกระซิบ รวมทั้งความอำนาจที่ยั่วยวนใจไหว้พระเมียนมาร์นั้น บอกเลยว่าเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากชาวไทยนี่แหละ แต่เดิมชาวพม่าก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ เป็นปกติ แต่ว่าไม่มีผู้ใดไปกระซิบบอกอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระพม่าได้พาคนไทยไปรวมทั้งเห็นป้ายภาษาเมียนมาร์ที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เพราะว่ามีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นถูกใจโหวกเหวกโวยวาย แม้กระนั้นไกด์รู้ผิดจึงบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าเกิดจะขอพรกับเทพองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” ต่อจากนั้นลูกทัวร์คนประเทศไทยก็ไปกระซุบกระซิบขอพร ซึ่งแน่ๆชาวพม่ามองเห็นชาวไทยทำและก็สมหวังตามมุ่งมาดปรารถนาก็เลยเริ่มทำบ้างจนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติท้ายที่สุด
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระประเทศพม่านั่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้เอามาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่สมัยพระผู้เป็นเจ้าบุเรงนอง นับว่าเป็นสิ่งอำนาจที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามานาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะเหตุว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบประเทศพม่า สวยงาม อ่อนช้อย โดยมีลักษณะเด่นตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่งาม ก็เลยเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาไหว้พระพม่าที่วัดนี้
5.สักการะพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าเกิดเมืองไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ไหว้พระเมียนมาร์ก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเช่นเดียวกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพุทธรูปขนาดยาวโดยประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่ามีลักษณะเด่นตรงที่ดวงตาที่ดูหวานและก็จีวรที่เป็นพลิ้วไหวๆส่วนตรงจุดศูนย์กลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกจากพระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้ต่างกันกับศิลป์แบบไทยอีกด้วย

เยี่ยมมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชธานีในที่สุดของพม่า

“เยือนมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชเมืองสุดท้ายของพม่า”
วันนี้เราจะมาชี้แนะสถานที่ท่องเที่ยงตรงในประเทศพม่าอีกมุมมองหนึ่งก็คือเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีอารายธรรมส่วนตัว เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเผลอไผลจนไม่เคยรู้ลืม
มัณฑะเลย์เป็นอดีตเมืองหลวงราชบุรีสุดท้ายก่อนที่จะเสียประเทศให้กับการรุกรานของอังกฤษ ที่นี่ถือเมืองใหญ่อันดับลำดับที่สองของพม่ารองจากนครย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในเขตฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากปิ้งกุ้งโดยประมาณ 716 กิโลและพระผู้เป็นเจ้ามินดงทรงย้ายราชธานี มาก่อตั้งเป็นเมืองหลวงราชบุรีในปี คริสต์ศักราช 2400 โดยพระผู้เป็นเจ้าไม่นดง โดยตั้งชื่อตามเทือกเขามัณฑะเลย์ ที่อยู่ใกล้เคียง วงเวียนของเมืองมัณฑะเลย์
พม่า
เป็นเมืองโบราณตั้งแต่ยุคพุทธศักราชที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่งามมากมายแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโหฬารของเจดีย์จำนวนไม่น้อยกว่า5,000 องค์ จนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความรุ่งโรจน์ของพุทธศาสนาในประเทศพม่าได้เป็นอย่างดีคนทั่วไปก็เลยขนานนามเมืองพม่านี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ
เทือกเขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เป็นจุดชมวิวสวยสดงดงามและมีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาหลักๆให้นักเดินทางได้ชม มองธรรมชาติ มองทิวภาพอันสวยสดงดงามที่สุด และสามรถดูเมืองมัณฑะเลย์ ได้แทบทั้งหมด สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์ได้เป็นอย่างดี เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่นักเดินทางต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส เที่ยวดูตลอดเวลา
สะพานไม้อูเบ็ง
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าโบดอพญา ทำขึ้นเพื่อข้ามทะเลสาบToungthamon ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร คุณลักษณะเด่นของสะพานเเห่งนี้นอกเหนือจากที่จะเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดเเล้วนั้น สะพานอูเบ็ง ยังผลิตขึ้นจากไม้สัก ที่รื้อถอนมาจากพระราชวัง เเห่งกรุงอังวะ
ตักบาตรพระ
กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดมิได้เมื่อไปเยื่อนพม่าเป็นการตักบาตรพระ ในตอนเวลาสายๆจะมีพระประเทศพม่าเดินเรียงแถวออกมาเพื่อรับบิณฑบาตโดยใช้บาตรที่ทำมาจากไผ่สานลงรักสีดำสนิท โดยรอบๆวัดจะมีคนมาเร่ขายคอกไม้ ข้าวโพดต้ม กับข้าวต่างๆหรือถ้าไม่ได้อยากต้องการซื้อพวกเราสามารถมอบเงินตามกำลังเลื่อมใสได้เลย
นี่เป็นเพียงแค่ภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งของเมืองมัณฑะเลย์ นอกจากนั้นประเทศพม่ายังมีสถานที่เที่ยวที่งดงาม และก็น่าดึงดูดอีกมากมายที่ยังรอคอยเราไปสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต แล้วก็วัฒนธรรมที่มีความคล้ายกับไทยพวกเรา และที่สำคัญใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผู้ใดกันมีเวลาว่างๆก็อย่าลืมพม่า ไม่งกะละบานะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระเมียนมาร์ รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางพวกเราจึงได้รวบรวมรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระประเทศพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ่ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นอันดับแรกๆสถานที่สุดได้รับความนิยมชั้น 1 ของทัวร์ไหว้พระประเทศพม่า เนื่องจากมีรายการวิทยุแล้วก็รายการทีวีหลายรายการกันอย่างยิ่งจริงๆที่จัดทัวร์ไหว้พระประเทศพม่าตรงนี้ ก็เลยไม่สนเท่ห์ใจว่าเพราะอะไรเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนที่ไปที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองกระทั่งใครๆก็อยากมาทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกศึก และแน่ๆว่าท้ายที่สุดเขาก็มักจะชนะซะทุกหน ยิ่งกว่านั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญแล้วก็ชาวประเทศพม่าอีกด้วยว่าการมากราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางพ้นทุกข์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บรวมทั้งอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีประจำวันกำเนิดตั้งอยู่ 8 ด้าน ซึ่งสามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทวดาทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์เมียนมาร์
เว้นเสียแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์ประเทศพม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทพทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายความว่าจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่ต่ำลงยิ่งกว่าเทพตามคติความศรัทธาประเทศพม่า มีหน้าที่ปกป้องรักษาสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนเมียนมาร์ใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนยกย่อง
ส่วนที่มาของชื่อ เทพทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรที่นี่แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมประสงค์ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ เทพทันใจ และก็เป็นเยี่ยมในมูลเหตุที่คนอีกจำนวนไม่น้อยท่องเที่ยวไหว้พระพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระพม่ากับ เทวดากระซุบกระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อพวกเราไปไหวเทวดาทันใจแล้ว ส่วนมากเที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการ เทวดากระซิบบอก กันต่อเลย เนื่องด้วยสถานที่ติดตั้งของเทวดากระซิบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดากระซิบบอกมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรสาวของพญานาคที่เชื่อถือพุทธเป็นอย่างมาก เมื่อตายไปก็เลยเปลี่ยนเป็น นัต
ส่วนต้นเหตุของชื่อเทวดากระซุบกระซิบ และความศักดิ์ที่ยั่วยวนใจไหว้พระประเทศพม่านั้น บอกเลยว่ามีต้นเหตุจากคนประเทศไทยนี่แหละ แรกเริ่มชาวเมียนมาร์ก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ เป็นปกติ แต่ว่าไม่มีผู้ใดไปกระซุบกระซิบอะไร จนวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระประเทศพม่าได้พาคนไทยไปและก็เห็นป้ายภาษาพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” ด้วยเหตุว่ามีพ่อค้าแม่ขายบริเวณนั้นชอบโหวกเหวกโวยวาย แม้กระนั้นไกด์รู้ผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าเกิดจะขอพรกับเทพองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” จากนั้นลูกทัวร์คนไทยก็ไปกระซุบกระซิบขอพร ซึ่งแน่นอนชาวพม่ามองเห็นคนไทยทำและสมหวังตามต้องการจึงเริ่มทำบ้างจนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติท้ายที่สุด
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระประเทศพม่านั่นคือ พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้เอามาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่ยุคพระเจ้าบุเรงนอง นับว่าเป็นสิ่งศักดาที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามาช้านาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบประเทศพม่า งาม งอนงาม โดยมีจุดแข็งตรงที่ตัววัดจะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่งาม ก็เลยเหมาะมากที่จะมาไหว้พระประเทศพม่าที่วัดนี้
5.สักการะพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าเกิดประเทศไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งล่อใจนักเดินทางแล้ว ไหว้พระประเทศพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเช่นกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพระพุทธรูปขนาดยาวโดยประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่ามีจุดเด่นตรงที่ดวงตาที่มองหวานและจีวรที่เป็นพลิ้วไหวๆส่วนตรงศูนย์กลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกนั้นพระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้แตกต่างกันกับศิลป์แบบไทยอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระพม่า รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางพวกเราก็เลยได้เก็บรวบรวมรายชื่อ 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระประเทศพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนจำนวนมากมักจะรำลึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นอันดับแรกๆสถานที่สุดได้รับความนิยมอันดับ 1 ของทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ เพราะเหตุว่ามีรายการวิทยุและก็รายการทีวีหลายรายการป้องกันเลยทีเดียวที่จัดทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ตรงนี้ ก็เลยไม่ฉงนใจว่าเพราะเหตุใดเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนที่มาที่ไปของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองจนถึงใครๆก็อยากมาทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกศึก และก็แน่ๆว่าท้ายที่สุดเขาก็ชอบชนะซะทุกหน นอกเหนือจากนั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญแล้วก็ชาวพม่าอีกด้วยว่าการมากมายราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางสิ้นทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บและอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีทุกวันกำเนิดตั้งอยู่ 8 ด้าน ซึ่งสามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทวดาทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์พม่า
นอกจากพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์พม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทพทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดาทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายถึงจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่ว่าต่ำยิ่งกว่าเทพตามคติความเชื่อถือเมียนมาร์ มีบทบาทปกป้องสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนเคารพนับถือ
ส่วนสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ เทวดาทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรที่นี่แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมปรารถนา ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ เทพทันใจ และเป็นหนึ่งในมูลเหตุที่ใครหลายคนไปเที่ยวไหว้พระเมียนมาร์
3.ทัวร์ไหว้พระพม่ากับ เทพกระซุบกระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อพวกเราไปไหวเทพทันใจแล้ว โดยมากท่องเที่ยวพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการะ เทพกระซิบกระซาบ กันต่อเลย เพราะว่าสถานที่ตั้งของเทพกระซุบกระซิบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดากระซิบกระซาบมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรีของพญานาคที่ศรัทธาศาสนาพุทธอย่างยิ่ง เมื่อตายไปก็เลยกลายเป็น นัต
ส่วนสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อเทพกระซุบกระซิบ แล้วก็ความอำนาจที่ดึงดูดไหว้พระเมียนมาร์นั้น บอกเลยว่ามีสาเหตุจากคนประเทศไทยนี่แหละ แต่เดิมชาวประเทศพม่าก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แม้กระนั้นไม่มีใครไปกระซิบกระซาบอะไร กระทั่งวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระพม่าได้พาชาวไทยไปและก็มองเห็นป้ายภาษาเมียนมาร์ที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เนื่องด้วยมีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นชอบโหวกเหวกโวยวาย แต่ว่าไกด์หลงผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าจะขอพรกับเทวดาองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” หลังจากนั้นลูกทัวร์ชาวไทยก็ไปกระซิบกระซาบขอพร ซึ่งแน่นอนชาวเมียนมาร์มองเห็นคนประเทศไทยทำแล้วก็สมหวังตามปรารถนาจึงเริ่มทำบ้างจนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในที่สุด
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระประเทศพม่าโน่นคือ พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้นำมาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่ยุคพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วม นับว่าเป็นสิ่งศักดาที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามาช้านาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบพุกาม งดงาม อ่อนช้อย โดยมีจุดแข็งตรงที่ตัววัดจะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่สวยงาม จึงเหมาะมากที่จะมาไหว้พระเมียนมาร์ที่วัดนี้
5.สักการพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
หากเมืองไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งล่อใจนักท่องเที่ยวแล้ว ไหว้พระพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเช่นกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพุทธรูปขนาดยาวโดยประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศประเทศพม่ามีคุณลักษณะเด่นตรงที่ดวงตาที่มองหวานรวมทั้งผ้าจีวรที่เป็นพลิ้วๆส่วนตรงศูนย์กลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ ยิ่งไปกว่านั้นพระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้ต่างกันกับศิลปะแบบไทยอีกด้วย